วันศุกร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2558

บันทึกการเรียนประจำวันอังคาร ที่ 22 กันยายน 2558


                           Lesson 7


                  ของเล่น ขวดหนังสติก


   


สรุปวิจัย 

นางสาว รัตตนาภรณ์  คงกะพันธ์ เลขที่ 20


เรื่อง  การคิดวิจารณญาณของเด็กปฐมวัยที่ไดรับการจัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์





สรุปวิจัย 

นางสาว วราภรณ์  แท่นคำ เลขที่ 17



เรื่อง  การศึกษาชุดกิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย




สรุปวิจัย 

นางสาว ยุภา  ธรรมโคตร เลขที่ 19


 เรื่อง ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องสีจากธรรมชาติที่มีต่อทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย


Skill:


  • การวิเคราะห์ สังเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ คิดอย่างมีเหตุผล
  • การฝึกค้นคว้าออกแบบของเล่นด้วยตนเองให้เชื่อมโยงกบวิทยาสาสตร์



Apply:


  • นำไปใช้ในการสอนวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยและสามารถนำของเล่นชิ้นนี้ไปไว้ในมุมวิทยาศาสตร์ได้เพื่อเด็กจะได้เล่นและทดลองด้วยตนเองพร้อมกับเพื่อนๆ

Teaching  Techniques:


  • การใช้คำถามให้นักศึกษาได้ฝึกการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์
  • การอธิบาย ยกตัวอย่าง


Evaluation:


  • Teacher   เข้าสอนตรงเวลา แต่งกายสุภาพ อธิบายเนื้อหาในการสอนได้ละเอียดเข้าใง่าย
  • Friends แต่งกายเรียบร้อย ตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมาย
  • Self  เข้าเรียนตรงเวลา แต่งกายเรียบนร้อย มีการจดบันทึกในการเรียน







วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2558

สรุปโทรทัศน์ครู

                                                         
                                                                     สรุปโทรทัศน์ครู

เรื่อง นารีวุฒิ  บ้านวิทยาศาสตร์น้อย
 
        บ้านวิทยาศาสตร์น้อย จัดการเรียนการสอนทดลองวิทยาาสตร์ให้กับนักเรียนอนุบาลในโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย เพื่อส่งเสริมให้น้องอนุบาลได้รู้จักคิด ชังสังเกตเเละคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผลโดยมีชั่วโมงการเรียนที่เป็นการทดลองทางวิทยาศาสตร์สอดเเทรกอยู่ในทุกๆวัน ในการทดลองนั้นจะมีอุปกรณ์ในการทดลองที่หาได้ง่ายไม่ซับซ้อนที่เด็กสามารถทดลองทำลงมือปฎิบัติผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ด้วยตนเองได้ โดยในทุกกิจกรรมจะมีคุณครูเป็นผู้ค่อยเสริมประสบการณ์ค่อยถามเด็กอยูู่เป็นระยะเพื่อให้เด็กได้คิด
วิเคาระห์เเละสังเกต เปรียบเทียบที่จะตอบคำถามครูให้ได้กิจกรรมในการทดลองมีหลายกิจกรรม เช่น ตัวทำละลาย, ลอยนํ้าได้อย่างไร
หลอดดำนํ้า, จมหรือลอย, การกรองนํ้า, ฟองมหัศจรรย์, ไหลเเรงไหลค่อย เป็นต้น

       ตัวอย่างการทดลอง ตัวทำละลาย
      ในการบอกให้ทราบถงอุปกรณ์ในการทดลองคุณครูจะเป็นผู้ที่ถามเด็กว่านี่คืออะไร? ไม่ได้บอกหมดทุกอย่างเพราะอยากจให้เด็กได้มีส่วนร่วมในการทดลองเเละมีการคิดเละมักจะถามถึงปะสบการณ์เดิมให้เด็กได้อธิบาย การทดลองตวทำลายของเกลือ , นํ้าตาลเเละทราย โดยให้เด็กได้มีการสังเกตว่าสิ่งที่นำมาในวนนี้ 3 อย่าง มีอะไรที่สามารถลลายนํ้าไ้บ้าง โดยคุณครูจะใช้คำามในการให้เด็กได้คิด ว่าเพรอะไรว่าทำไมทรายถงไม่สามารถลลายนํ้าได้ เด็กก็จตอบตามที่เด็เห็นเพราะ่าทรายมีเม็ดใหญ่ว่า เเล้วคุณครูจะเป็นคนเฉลยสิ่งที่ถูกต้องในภายหลังจากที่เด็กได้คิดเล้ว
  
        ตัวอย่างการทดลอง จมหรือลอย
     ให้เด็กได้สังเกตพร้อมกับการทำกิจกรรมทดลองไปด้วย ว่าทำไม่นํ้ามันจึงลอยนํ้าได้ เพรราะนํ้ามันเบากว่านํ้า ส่วนทรายกับนํ้าตาลหนักกว่านํ้าจึงจมนั้นเอง 

*****จากทุกกิจกรรมจะสังเกตได้ว่าเด็กมีความอยากรู้อยากเห็นมีความตื่นเต้นอยู่ตลอดวลา ชังสังเกต เเละชังตอบคำถาม กล้าเเสดงออก เเละมีการถามอยู่เมื่อมีโอกาส*****


วันศุกร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2558

บันทึกการเรียนประจำวันอังคารที่ 15 กันยายน 2558


                                    Lesson 6


Knowledge  :  (ความรู้)







นำเสนอบทความ น.ส. สุจิตร มาวงค์  เลขที่  23
เรื่อง เเนวทางสอนคิดเติมวิทย์ให้เด็กอนุบาล

นำเสนอ บทความ น.ส. ประภัสสร  สีหบุตร  เลขที่ 22
เรื่อง เรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านการล่านิทานเด็กปฐมวัย












แนวคิดพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์


Skill:

  • การวิเคราะห์ สังเคราะห์
  • การฝึกระดมความคิดเกี่บวกับคำถามที่อาจารย์ถามในคาบ


Apply:
  • นำไปใช้ในเวลาจะออกแบบการสอนและการเขียนแผน และนำไปพัฒนาด้านสติปัญญาทางวิทยาศาสตร์ของเด็กให้ดียิ่งขึ้น และเป็นแนวทางในการส่งเสริมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ของเด็ก

Teaching  Techniques:
  • การใช้คำถามให้นักศึกษาได้ฝึกการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์
  • การอธิบาย ยกตัวอย่าง
  • การใช้เทคโนโลยีในการสอน power point
Evaluation:
  • Teacher   เข้าสอนตรงเวลา แต่งกายสุภาพ อธิบายเนื้อหาในการสอนได้ละเอียดเข้าใจง่าย
  • Friends แต่งกายเรียบร้อย ตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมาย
  • Self  เข้าเรียนสาย แต่งกายเรียบนร้อย มีการจดบันทึกในการเรียน มีส่วนรวมในการตอบคำถาม



วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2558

บันทึกการเรียนประจำวันอังคารที่ 08 กันยายน 2558



Lesson 5

     
        การประดิษฐ์สิ่งของเหลือใช้แล้วนำไปสู่การเรียนทาง

วิทยาศาสตร์ ซึ่งครูผู้สอนต้องมีองค์ความรู้ โดยดูจากหน่วยที่ครูผู้

สอนกำหนด โดยให้เด็กได้ลงมือกระทำในกิจกรรมสร้างสรรค์

Activity:
            
     นำกระดาษที่เหลือใช้นำมาประดิษฐ์เป็นอะไรก็ได้ แล้วได้ผล

ประดิษฐ์ที่ได้นำสู่การเรียนรู้ทางวิทยาศษสตร์ เช่น การนำเสนอของ

เพื่อนๆ ในเรื่องของ ลม เสียง ฯ 

เเสง >>> เดินทางเป็นเส้นตรง


เสีย >>> วัตถุกับวัตถุกระทบกัน


ลม >>> การเคลื่อนที่ของอากาศ  ลมมีตัวตนและต้องการที่อยู่  

ลมมีแรงสามารถทำให้วัสถุเคลื่อนที่ได้
                      

ผลงานของเพื่อนๆ




skills (ทักษะ)


- การฝึกคิดจินตนาการสิ่งที่จะประดิษฐ์ว่า จะประดิษฐ์อะไรเพื่อใหสอดคล้องกับวิทยาศาสตร์

Apply(การประยุกต์ใช้)


-สามารถนำสิ่งประดิษฐ์ที่ทำไปปรับใช้กับการสอนเด็กในเรื่องของ

วิทยาศาสตร์ในอนาคต

-การนำสิ่งของใกล้ตัวมาประดิษฐ์เเละสอนเข้ากับวิชาวิทยาศาสตร์ได้


Evaluation:
.
  • Teacher   เข้าสอนตรงเวลา อธิบายเกี่ยวกับกิจกรรมที่มอบหมายให้ทำได้อย่างละเอียดครบถ้วน
  • Friends แต่งกายเรียบร้อย ตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมาย
  • Self  เข้าเรียนตรงเวลา แต่งกายเรียบนร้อย มีการจดบันทึกในการเรียน

บันทึกการเรียนประจำวันอังคารที่ 01 กันยายน 2558




Lesson 4


เข้าร่วมโครงการศึกษาศาสตร์วิชาการ

ในหัวข้อ ทักษะการเรียนรู้ในศตรรษที่ 21 



Knowledge  :  (ความรู้)



ทักษะการเรียนรู้ในศตรรษที่ 21

              ดร. อภิภู  สิทธิภูมิมงคล มหาวิทยาลัยมหิดล


การเรียนรู้ในศตรรษที่ 21 ควรเป็นอย่างไร





การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21











 ทักษะเเห่งอนาคต











ทักษะของคนในศตรรษที่ 21 การเรียนรู้  3R * 7C






ห้องเรียนสำหรับการศึกษาศตวรรษที่ 21

















Skill:

  • ได้เรียนรู้ถึงทักษะการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21

Apply:
  • สามารถนำความรู้ที่ได้เรียนรู้ในศตววษที่ 21 มาประยุกต์และปรับใช้ในการออกแบบการสอนให้เหมาะสมกับเด็กปฐมวัยได้


    วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2558

    บันทึกการเรียนประจำวันอังคารที่ 25 สิงหาคม 2558

    Lesson 3


    Knowledge  :  (ความรู้)


    *  การบันทึก  Blogger  ควรมีลักษณะอย่างไรที่ถูกต้องสวยงามเเละเหมาะสม
    * ให้นักศึกษาไปค้นคว้าหาความรู้นอกห้องเรียนโดยไปห้องสมุดหาหนังสือที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย



    สรุป เรื่องที่ 7 หินเเละเเร่ธาตุ  ( คู่กับ น.ส.วราภรณ์  แทนคำ )

    กิจกรรมในบทนี้ จะเป็นการศึกษาความคิดรวบยอดต่อไปนี้
    - หินมีหลากชนิด
    - หินเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างช้าๆ จากการผุกร่อน
    - หินที่เเตกร่วนเเละพืชที่ตายเเล้วจะกลายเป็นดิน
    -พืชเเละสัตวโบราณทิ้งร่องรอยไว้บนดิน
    - เเร่ธาตุตกผลึกได้









    เเร่ธาตุ

    กิจกรรมบูรณาการ






    กิจกรรมคณิตศาสตร์
        

            การชั่งนํ้าหนัก นำกระป๋องกาแฟที่ใส่ก้อนหินเต็ม 2 กระป๋องไปว่างไว้ใกล้กับเครื่องชั่งนํ้าหนักในห้องเรียน เพื่อให้นักเรียนชั่งก้อนหินอย่างอิสระ
    กิจกรรมศิลปะ 
          ประติมากรรมก่อนหิน ให้นักเรียนสร้างประติมากรรมจากการต่อก้อนหินขนาดต่างๆ กันโดยใช้กาวสีขาว เเละหลังจากเสร้จเเล้วอาจใช้สีฝุ่นลงให้สวยงามก็ได้ ก็นำไปทัยกับกระดาษ
    กิจกรรมการเล่น
          เเนะวิธีไห้นักเรียนใช้ก้อนหินเป็นของเล่นในกระบะทรายทั้งในเเละนอกห้องเรียน เช่น นำมาวางเรียงกันเป็นแถวทำเป็นผนังของบ้านเป็นต้น เเละเมื่อจะเก็บกวาดหลังเล่นเเล้ว นักเรียนก็มักจะสนุกกับการร่อนทรายเพื่อเเยกก้อนหินออกจากทราย
    กิจกรรมการเคลื่นไหว้อย่างสร้างสรรค์
          ให้นักเรียนทำท่า "เดินหิน" นักเรียนชอบเดินกันเป็นวงกลมทำท่าทางตามที่ครูบอก เเละตามจังหวะที่ครูให้ด้าวยการตีกลองหรือปรบมือ  ครูเเนะนำวิธีการเคลื่อนไหวโดยเล่านิทานเช่น "เราจะไปเทียวเดินหินกัน" สมมติว่าจะเดินด้วยเท้าเปล่า เราเริ่มต้นเดินตรงทางเดินโรยกรวด โอ๊ะ! เหยียบลงไปบนก้อนหินเเตกๆ นี่ลำบากจัง เราต้องเดินโหย่งๆ เเละเดินไปให้เร็วหน่อยจนสุดทางเดิน เอ้า ก้าว ก้าว ก้าว ค่อยยังชั่ว เรามาถึงทางเดินที่เป็นทรายเเล้วทำท่าเดินต่างๆ เช่น เดินเเตะเป็นต้นเเล้วจนถึงที่พักค่อยๆนั่งพัก
    กิจกรรมความคิดสร้างสรรค์
          ให้นักเรียนนำเอาก้อนหินก้อนโปรดก้อนเล็กๆมาโรงเรียน หรือเลือกก่อนที่ชอบจากในห้องเรียนก็ได้ ถือดูเเล้วคลำดูรูปร่างเเละผิวของมัน คราวนี้ปิดตาเเล้วนึกภาพว่าก้อนหินของนักเรียรขยายใหญ่ 20 เท่า ใหญ่ขนาดที่นักเรียนขึ้นไปปีนสำรวจได้เลย เมื่อเอาเท้าไปสัมผัสรู้สึกอย่างไรบ้าง.. มือล่ะ มีซอกหินให้สำรวจบ้างไหม พอหาที่เรียบๆนั่งพักได้หรือเปล่า จากนั้นค่อยให้ก้อนหินกลับสู่ขนาดปกติเพื่อให้นักเรียนกลับจากการไปปีนก้อนหินมาสู่ห้องเรียน
    กิจกรรมอาหาร
          นักเรียนจะประหลาดใจที่ทราบว่าเรากินก้อนหินชนิดหนึ่งในปริมาณเล็กน้อยทุกวัน( เกลือ) นำเกลือสินเธาว์มาให้นักเรียนดูถ้าหาได้ บอกนักเรียนว่าเกลือที่ขุดได้จากใต้ดินนั้นครั้งหนึ่งเคยเป็นเกลือจากมหาสมุทรในยุคโบราณทั้งสิ้น
    ความเชื่อมโยงระหว่างก้อนหินกับอาหารอีกอย่างหนึ่งก็คือการใช้ก้อนหินที่มีพื้นผิวหยาบ มาใช้บดเมล็ดพืชเป็นเเป้งหยาบๆ หรือเป็นเมล็ดธัญพืช เป็นต้น
    กิจกรรมทัศนศึกษา
           เดินละเเวกใกล้โรงเรียนเพื่อดูสิ่งต่อไปนี้ หินที่อยู่ในสภาพธรรมชาติ เเละหินที่สกัดมาจากการสร้างเป็นอาคาร เเละผลิตภัณฑ์จากหินเเละเเร่ธาตุ เข้าไปใกล้ๆเพื่อดูหินในธรรมชาติ ดูรอยเเตก หรือผิวหยาบเรียบเพราะต้องเผชิญกับความร้อน ความเย็น ลมเเละฝนนานนับปี วัตถุที่คนทำโดยใช้หินเเละเเร่ธาตุมีอยู่ทั่วไป ทั้งหยาบเเละละเอียด เช่น อิฐ ราวเหล็ก เเละรั้วรอบสนามโรงเรียนล้วนทำมาจากก้อนหินหรือมีวัตถุดิบเป็นเเร่ธาตุทั้งสิน
    สร้างเสริมการเชื่อมโยงความคิดรวบยอด
    การคงความคิดรวบยอดไว้ เนื่องจากหินเเละเเร่ธาตุเป็นสิ่งที่พบเห็นโดยทั่วไป การพูดถึงทุกครั้งที่มีโอกาสจะทำให้เป็นหัวข้อที่น่าเบื่อหนาย ครูควรทำต่อเมื่อมีสิ่งเเปลกใหม่ที่น่าพูดถึง 
    การเชื่อมโยงความคิดรวบยอด
           หินเป็นวัสดุชนิดหนึ่งที่ใช้ในการทดลองเรื่องของนํ้า เเละผลจากเเรงโน้มโถ่ง เวลาพูดถึงเเรงโน้มถ่วงของสนามเเม่เหล็ก ครูควรบอกนักเรียนให้ทราบว่าต้นกำเนิดของวัตถุที่มีพลังเเม่เหล็กคือหินที่เรียนว่า หินเเม่เหล็ก
    การสนับสนุนจากครอบครัวเเละชุมชน
          ขอยืมหินแปลกๆ หรือฟอสวิลจากครอบครัวของนักเรียนมาให้ทั้งชั้นดู โดยติดเทปกาวเขียนชื่อผู้ที่ให้ยืมไว้เพื่อช่วยให้คืนเจ้าของให้ง่าย


    Skills  :  (ทักษะ)

    -การค้นคว้าอย่างอิสระ
    -เเลกเปลี่ยนความรู้กันในชั้นเรียน


    Adoption  :  (การนำไปใช้)


    -สามารถนำข้อมูลในการค้นคว้าในครั้งนี้นำไปเป็นเเนวทางในการสอน

    ในอนาคตได้

    Teaching  Techniques : ( เทคนิคในการสอน)

    -ให้นักศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง

    -มีการบรรยายในการสอน

    -ใช้เทคโนโลยี เช่น การทำ blogger


    Evaluation  :  (การประเมิน)


    ประเมินอาจารย์ เข้าสอนได้ตรงเวลา มีกิจกรรมที่เเปลกใหม่ให้ทำ

    เรื่อย มีการออกไปเรียนนอกห้องเรียน

    ประเมินเพื่อนร่วมชั้นเรียน เข้าเรียนตรงเวลา การเเต่งกายสุขภาพ 

    ตั้งใจทำงานที่อาจารย์มอบหมายได้เสร็จตรงเวลา

    ประเมินตนเอง มีความพร้อมในการมาเรียน ตั้งใจเรียน สืบค้นข้อมูล

    อย่างตั้งใจ

    ประเมินสภาพห้องเรียน น่าเรียน อุปกรณ์ในการเรียนพร้อม

    วันพุธที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2558

    บันทึกประจำวันอังคารที่ 18 สิงหาคม 2558


    Lesson 2


    Knowledge :

    ทบทวนบทเรียนรายวิชาการจักการเรียนรู้วิทยาศาสตร์สำหรับ

    เด็กปฐมวัย ในคาบที่เเล้วในหัวข้อหลักเเล้วเเยกความสำคัญใน

    รายวิชา ออกเป็น 3 คำใหญ่ๆ



    >>สิ่งที่อยู่รอบตัวเราล้วนเเต่เป็นวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์จึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องเรียนรู้<<

    **เริ่มต้นที่วิทยาศาสตร์จะทำอย่างไรให้จัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์กับเด็กให้สอดคล้องกับตัวเด็ก?? 

    จะแบ่งเกณฑ์ตามช่วงวัยโดยมีอายุเป็นตัวกำกับ
        ในการเรียนวิทยาศาสตร์นอกจากสื่อหรือให้เด็กเรียนรู้โดยการคิดเองโดยใช้ เครื่องมือในการออกเเบบ คือ ภาษาเเละคณิตศาสตร์ จึงต้องสอนเเบบบูรณาการ โดยจะต้องจัดการเรียนให้สอดคล้องกับวิทยาศาสตร์และภาษา เช่นเรียนการเปลี่ยนเเปลงของผลไม้โดยผ่านกิจกรรม เด็กก็จะได้ภาษาผ่านจากการอธิบาย วิทย์ก็จะได้ในการใช้การสังเกต หลักในการสอนต้องเลือกเป็น " หน่วย " เลือกสิ่งที่ใกล้ตัวเด็ก , สิ่งที่เด็กสนใจ , ผลกระทบ เป็นต้น 

    ทำไม?? จึงต้องเรียน

    จากที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นนั้น วิทยาศาสตร์เป็นสิ่งที่สำคัญกับมนุษย์ จึงต้องเรียนรู้เพือ
    1.รู้จักวิทยาศาสตร์ให้มากขึ้น
    2.เข้าใจธรรมชาติ การเป็นอยู่
    3.สามารถอยู่ร่วมกันได้ เเละเพื่อความอยู่รอด
    4.สามารถนำมาต่อยอดพัฒนาความคิดได้อย่างถูกต้อง
    5.เพื่อรู้ ข้อดี ข้อเสีย
    6.มีหลักในการดำเนินชีวิตที่มีเหตุผล

    พัฒนาการทางสติปัญญา (cognititive development)

    **ปฏิสัมพันธ์ (Interaction) กับสิ่งเเวดล้อม
    เรียนรู้เพื่อให้อยู่รอด เริ่มตั้งเเต่เเรกเกิดการมีปฎิสัมพันธ์จะทำให้เด็กรู้จัก"ตน"(self) เพราะตอนเด็กจะไม่สามารถเเยกตนออกจากสิ่งเเวด
    ล้อมได้ การเรียนรู้ทุกอย่างเพื่อเอาชีวิตรอดปรับสมดุลให้เข้าสิ่งเเวด
    ล้อม
     กระบวนการปฏิสัมพันธ์ เเบ่ง 2 กระบวนการ


    ทฤษฎีพัฒนาการด้านการคิดของเพียเจย์ มี 4 ขั้น

    ขั้นเเรก (Sensorimoter) เเรกเกิด- 2 ปี เด็กมีปฎิกิริยาโต้ตอบ ซึมซับ ดูดนิ้วพฤติกรรมง่ายๆ ทำซํ่าๆ ทำให้เกิดการลองผิดลองถูก

    ขั้นที่สอง (Preconceptual Thought) 2-4 ปี เริ่มมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งเเวดล้อม มีพัฒนาการทางด้านภาษามากขึ้น เห็นอย่างไรตอบอย่างนั้น

    ขั้นที่สาม (Concrete operation stage) คิดเป็นนามธรรมมากขึ้น รู้จักการเเก้ปัญหาว่าเพราะอะไร มีความละเอียดอ่อน เป็นต้น

    การนำทฤษฎีไปใช้
    ให้เด็กลดการยึดตนเองเป็นศูนย์กลางลงได้โดยให้เดกมีปฎิสัมพันธ์กับสิ่งเเวดล้อมเเละบุคคลให้เด็กมีสังคมที่กว้าง เด็กจะปรับตัวเเละทำให้เกิดความสมดุล

    *** เพราะฉะนั้นครูต้องรู้เเละเข้าใจถึงพัฒนาการให้สอดคล้องกับความสามารถด้วย ให้เหมาะสมกับวิธีการเรียนรู้ เพราะการเรียนรู้คือการเปลี่ยนแปลงที่เป็นไปตามวัยอย่างต่อเนื่องตามลำดับขั้นตอน

    Activity:
    การช่วยกันระดมความคิดเกี่ยวกับคำถามที่ อาจารย์ได้ถาม
    การวิเคราะห์ใจความสำคญในเนื้อการเรียนให้เป็นประโยคสั้นๆ

    Adoption:
    นำความรู้ที่ได้มาประยุคกับการสอนในอนาคต
    สามารถนำไปเป็นแนวทางในการออกเเบบสือ หรือแผนการสอน

    Teaching  Techniques
    ใช้คำบรรยายในการสอนผ่านสือ powerpoin
    ใช้คำถามปลายเปิด
    เปิดโอกาสให้เด็ได้มีส่วนร่วมในการคิด

    Evaluation:
    • Teacher เข้าสอนตรงเวลา อธิบายเกี่ยวกับรายวิชาได้ครบ
    • Friends  มีบางคนเข้าเรียนสาย คุยกันบ้างบางวเวลาที่อาจารย์สอน
    • Self  เข้าเรียนตรงเวลา แต่งกายเรียบนร้อย มีการจดบันทึกในการเรียน
    Photobucket - Video and Image Hosting